|
โซลูชันดูแลปกป้องระบบ ประตูสู่เวอร์ชวลไลเซชัน |
|
|
|
เขียนโดย Kanit Klai-Udom
|
|
Tuesday, 08 January 2008 |
โซลูชันดูแลปกป้องระบบ ประตูสู่เวอร์ชวลไลเซชัน
| โดย ผู้จัดการออนไลน์ |
7 มกราคม 2551 10:18 น. |
 |
เวอร์ชวลไลเซชัน
(virtualization) เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในปัจจุบัน
องค์กรที่ใช้ระบบไอทีจำนวนมากกำลังประสบกับความท้าทายรูปแบบใหม่ที่มีตัว
ช่วยหลักอย่างเวอร์ชวลไลเซชัน
ตั้งแต่การควบคุมเซิร์ฟเวอร์บนระบบไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
และให้ความสะดวกในการกอบกู้ระบบ
กล่าวได้ว่าเวอร์ชวลไลเซชันนั้นช่วยตอบทุกปัญหาได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ที่เป็นปัญหาจริงๆ
ก็คือจะบรรลุเป้าหมายด้านเวอร์ชวลไลเซชันได้อย่างไร
การเปลี่ยนระบบไอทีทางกายภาพ (physical) ให้เป็นแบบระบบเสมือน (virtual)
หรือที่เรียกว่า P2V (physical-to-virtual) นั้นเป็นแค่จุดเริ่มต้น
เพราะยังมีอีกหลายองค์กรที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจากระบบเสมือนให้กลับ
สู่ระบบทางกายภาพ
ขณะที่ชุดเครื่องมือที่มีอยู่นั้นมักจะช่วยลูกค้าในทิศทางเดียวคือ P2V
ทำให้การแปลงแบบ V2P (virtual-to-physical)
กลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่บ่อยครั้ง
ยังดีที่ในปัจจุบันมีโซลูชันที่ช่วยให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบดัง
กล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น อาจแปลกใจที่โซลูชันเหล่านั้นก็คือ
โซลูชันด้านความปลอดภัยของระบบ
ซึ่งแม้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการกอบกู้ระบบบนแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ที่แตก
ต่างกันให้รวดเร็วที่สุด
ขณะเดียวกันก็ยังช่วยกระชับกระบวนการแปลงระบบทั้งแบบ P2V และ V2P
ได้ด้วยเช่นกัน
สู่หนทาง P2V ที่เร็วกว่า
การย้ายระบบทางกายภาพเข้าสู่ระบบเวอร์ชวล
ไม่ว่าจะด้วยการใช้ชุดเครื่องมือใดก็ตาม
ล้วนมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการและทุกสิ่งทุกอย่างบนโอเอส
ดังกล่าว ตั้งแต่แอปพลิเคชัน ข้อมูล การตั้งค่า ฯลฯ
เพื่อดึงเอาทั้งหมดออกจากฮาร์ดแวร์
แล้วเปลี่ยนระบบทำงานจากที่เชื่อมตรงทางกายภาพกับฮาร์ดแวร์มาเป็นการทำงาน
ร่วมกับฮาร์ดแวร์เสมือนจริงแทน
มีเหตุผลมากมายที่สนับสนุนการเปลี่ยนระบบทางกายภาพให้เข้าสู่ระบบ
เสมือนจริง เช่น
ฮาร์ดแวร์จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการติดตั้งเวอร์ชวลเซิ
ร์ฟเวอร์หลายระบบลงบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์กายภาพชุดเดียว
ในมุมมองด้านการกอบกู้ระบบ
เวอร์ชวลเซิร์ฟเวอร์สามารถช่วยทำสำรองระบบคอมพิวเตอร์ได้มากเท่าที่ต้องการ
ด้วยต้นทุนที่ประหยัดกว่าโดยไม่จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม นอกจากนี้
ระบบเสมือนจริงยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ทดสอบในกรณีที่จำเป็นต้องมีการ
ทดลองเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะไม่กระทบกับระบบงานทางกายภาพขององค์กร
ผู้ผลิตซอฟต์แวร์เวอร์ชวลไลเซชันบางรายนำเสนอชุดเครื่องมือสำหรับ
โอนถ่ายระบบเพื่อช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลง
ทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าว เพิ่มคุณค่าทางธุรกิจ
และบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่นเดียวกับโซลูชันสำหรับดูแลความปลอดภัยของระบบ
ซึ่งก็มักจะมีชุดเครื่องมือสำหรับแปลงเข้าสู่ระบบเวอร์ชวล
เพื่อช่วยเรียกคืนระบบ ณ
สถานะที่เคยบันทึกไว้ไม่ว่าจะเป็นบนสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของค่ายใด
ตั้งแต่ VMDK (VMware Virtual Disk) ไปจนถึง VHD (Microsoft Virtual Disk)
เป็นต้น
และจุดแตกต่างที่สำคัญของโซลูชันจากซอฟต์แวร์สำหรับดูแลความปลอดภัยของระบบ
ก็คือ อินเทอร์เฟสแบบเป็นขั้นตอนที่ง่ายและชัดเจนในการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น บนกระบวนการแปลงระบบตามปกติ
ขั้นตอนแรกก็คือการจัดเก็บสถานะของระบบเพื่อสร้างจุดเรียกคืน (recovery
point)
จากนั้นก็เลือกฟอร์แมตของเวอร์ชวลดิสก์และระบุโฟลเดอร์ที่ต้องการจัดเก็บ
ไฟล์อิมเมจ (image) ของเวอร์ชวลดิสก์ แต่สำหรับกระบวนการแบบ VMDK นั้น
ไฟล์เวอร์ชวลดิสก์สามารถถูกแบ่งออกให้มีขนาดเล็ก
เพื่อให้เวอร์ชวลดิสก์สามารถถูกก๊อปปี้ได้แม้อยู่บนระบบ FAT32
หรือบันทึกลง DVD เป็นต้น โดยโซลูชันเหล่านี้จะช่วยกระชับการโอนถ่ายระบบ
เช่น ย้ายไฟล์ VMDK ไปยังเซิร์ฟเวอร์ VMware ESX
เพื่อให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการจัดการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบเวอร์
ชวลได้ดีขึ้น
ที่
ดีไปกว่านั้นก็คือ
โซลูชันสมบูรณ์แบบเหล่านี้สามารถเปลี่ยนจากระบบกายภาพให้เป็นระบบ
เวอร์ชวลได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งคิดเป็นเพียงเวลาเสี้ยวเดียวเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ติดมากับ
ผู้พัฒนาระบบเวอร์ชวลไลเซชัน
หลายครั้งผู้ดูแลระบบไอทีสามารถลดระยะเวลาดังกล่าวจาก 2
ชั่วโมงลงได้เหลือเพียง 15 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้
เพราะโซลูชันดูแลความปลอดภัยของระบบเหล่านี้ใช้เทคโนโลยีจดจำสถานะของระบบ
(image capture) ที่มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของดิสก์และอินพุต/เอาต์พุต
(I/O) ด้วยการก๊อปปี้เฉพาะเซ็กเตอร์ (sectors)
บนระบบที่มีข้อมูลอยู่เท่านั้น ทำให้ไม่เกิดความซ้ำซ้อน
และกลไกการทำงานของซอฟต์แวร์ดังกล่าวมีความคล่องตัวและทำงานได้เร็วกว่า
V2P อีกหนึ่งกลไกแห่งความคล่องตัวขององค์กร
คุณสมบัติใหม่ประการหนึ่งของโซลูชันดูแลความปลอดภัยที่เหนือกว่าชุด
เครื่องมือที่ติดมากับเวอร์ชวลไลเซชันซอฟต์แวร์ทั่วไปก็คือ
การแปลงจากระบบเสมือนไปสู่ระบบทางกายภาพ (V2P)
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบเวอร์
ชวลเพียงชั่วคราว เช่น เมื่อมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนฮาร์ดแวร์
เพื่อรอกลับไปใช้งานตามปกติอีกครั้ง
V2P ยังจำเป็นในยามที่ระบบเวอร์ชวลถูกใช้เพื่อทดสอบชุดซ่อมแซม
ทดสอบการติดตั้งแอพพลิเคชัน การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า
หรือการอัพเดตไดรเวอร์ต่างๆ
ก่อนที่จะนำการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเข้าสู่ระบบขององค์กรต่อไป
ซึ่งคุณสมบัติ V2P
จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและตรวจวัดคุณสมบัติระบบภายใต้สภาพแวดล้อม
เสมือนจริงก่อนที่จะนำระบบขึ้นออนไลน์เพื่อใช้งานจริงบนเซิร์ฟเวอร์กายภาพ
ต่อไป
นอก
จากนี้
กระบวนการแปลงจากระบบเสมือนกลับสู่ระบบทางกายภาพยังทำหน้าที่เป็นโซลูชัน
เพื่อปกป้องระบบคอมพิวเตอร์ในองค์กรได้อย่างดีด้วย
โดยเราสามารถจดจำสถานะระบบ ณ เวลาหนึ่งๆ (recovery point) บนระบบเวอร์ชวล
แล้วจัดเก็บบนสื่อบันทึกข้อมูล
เพื่อนำไปใช้บูตเข้าสู่ฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ในยามจำเป็น
ทำให้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและบริการด้านระบบเครือข่ายถูกตรวจสอบและเรียก
ใช้งานโดยอัตโนมัติพร้อมๆ กับการดึงไฟล์อิมเมจของระบบขึ้นมาใช้งาน
โดยที่ไดรเวอร์ที่จำเป็นจะถูกโหลดและติดตั้งบนระบบเสมือนเพื่อให้ทำงานบน
เซิร์ฟเวอร์กายภาพชุดใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
ซึ่งเมื่อจัดการเรื่องไดรเวอร์เรียบร้อย ระบบก็พร้อมรีบูตตัวเองใหม่
และเชื่อมต่อกลับเข้าสู่ระบบเครือข่ายเพื่อเริ่มให้บริการได้อีกครั้ง
เช่นเดียวกับประโยชน์ด้าน P2V
ของโซลูชันสำหรับดูแลความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ ที่ให้กระบวนการด้าน
V2P ที่เร็วกว่า โดยบางโซลูชันนั้นทำเวลาได้ในระดับ 1-3
กิกะไบต์ต่อนาทีเลยทีเดียว
มุ่งสู่กลยุทธ์ที่เหนือกว่า
องค์กรธุรกิจจำนวนมากกำลังมุ่งสู่เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชัน
ขณะเดียวกันก็มองเห็นถึงความจำเป็นในการรับมือกับภัยพิบัติอันอาจเกิดขึ้น
โดยไม่คาดคิด
ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดบนฮาร์ดแวร์หรือระบบคอมพิวเตอร์จนต้องมีการสับ
เปลี่ยนอุปกรณ์ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัญหาด้านกระแสไฟฟ้า
ภัยธรรมชาติ และภัยคุกคามจากโค้ดอันตราย โดยทั้งหมดมีจุดร่วมเช่นกันก็คือ
ดาวน์ไทม์เป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ไกลที่สุด
องค์กรควรสามารถกอบกู้ระบบจากเหตุการณ์ดังที่กล่าวไปได้ในเวลาไม่
กี่นาที ไม่ใช่เป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน
อย่างไรก็ดีมีบริษัทน้อยแห่งที่ยอมเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการสำรอง
ฮาร์ดแวร์อีกหนึ่งชุดเอาไว้เพื่อทำหน้าที่ทดแทนยามเกิดปัญหา
ทำให้การบรรลุเป้าหมายในการกอบกู้ระบบในเวลาอันสั้นจึงเป็นเรื่องท้าทาย
อย่างยิ่ง
แต่ด้วยการใช้โซลูชันดูแลปกป้องระบบที่ทำงานอิสระบนทุกฮาร์ดแวร์
แพลตฟอร์มพร้อมคุณสมบัติด้านระบบเวอร์ชวล
จะช่วยให้องค์กรสามารถเสริมกลยุทธ์ด้านการกอบกู้ระบบจากภัยพิบัติด้วยการนำ
เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชันเข้ามาช่วยเพื่อปกป้องความต่อเนื่องในการดำเนิน
ธุรกิจและให้โครงสร้างระบบไอทีในองค์กรที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า
โซลูชัน
เหล่านี้ทำให้ความแตกต่างด้านฮาร์ดแวร์ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป
ต่างจากแนวทางการกอบกู้ระบบแบบเดิมที่มักเกิดความเข้ากันไม่ได้เมื่อต้อง
การกอบกู้ระบบบนฮาร์ดแวร์ที่มีลักษณะต่างกัน
ทำให้โซลูชันดูแลปกป้องระบบแบบใหม่สามารถตอบโจทย์และกอบกู้ระบบได้รวดเร็ว
กว่า
เมื่อโซลูชันเหล่านี้มีความสามารถในการแปลงระบบไปมาได้ทั้งสองทาง
ระหว่างระบบทางกายภาพและระบบเสมือนจริง
ทำให้ปัจจุบันโซลูชันด้านการดูแลปกป้องระบบกลายเป็นทางออกที่คุ้มค่าสำหรับ
เป้าหมายในการกอบกู้ระบบจากภัยพิบัติและการทำเวอร์ชวลไลเซชันในองค์กร
เพราะสามารถใช้เพื่อแปลงเวอร์ชวลไลเซชันจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปสู่เวอร์
ชวลไลเซชันจากผู้พัฒนาอีกรายหนึ่งแบบข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างไม่มีปัญหา
เช่นเดียวกับการแปลงเวอร์ชวลไลเซชันไปมาบนแพลตฟอร์มที่ต่างกันจากค่ายเดียว
กันด้วย
อาจกล่าวสรุปได้ว่า
โซลูชันเพื่อการดูแลปกป้องระบบในปัจจุบันกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่
ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งด้านความสามารถในการกอบกู้ระบบด้วยแนวทางที่ยืดหยุ่นกว่า
รวมไปถึงคุณสมบัติด้านการแปลงระบบไปมาระหว่างระบบทางกายภาพและระบบเวอร์ชวล
ทำให้องค์กรธุรกิจสามารถรับมือกับยุคแห่งเวอร์
ชวลไลเซชันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
บทความพิเศษ
Acronis True Image Echo พร้อมด้วย Add-on Universal Restore ทำให้ Acronis เป็นหนึ่งใน Software ที่มี Solution ในการทำ V2P และ P2V โดยเฉพาะ P2V ที่ Acronis สามารถ Convert Acronis Disk Image ให้รองรับ VMDK ได้ทันที
|