|
หน้า 1 จาก 2 Firewall ใน AVG 8.0
เป็นที่ทราบกันดีว่า หนึ่งในการเข้ามาทำร้าย เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา คือการบุกรุก (Crack) หรือ แฮกค์ เข้ามายังเครื่องของเราเพื่อทำอะไร ก็ตามที่เราไม่รู้ และที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูลสำคัญที่เราอาจมีการจัดเก็บเอาไว้ เมื่อก่อนการแฮกค์ จำเป็นต้องทำโดยผู้มีความชำนาญสูง แต่ปัจจุบัน ผู้มีความชำนาญสูงเหล่านั้น ได้สร้างเครื่องมือ (Software) ที่ทำให้การแฮกค์เป็นเรื่องง่าย และยืมมือ แฮกเกอร์ สมัครเล่นให้ใช้เครื่องมือของตน เพื่อกระทำการตามผลที่คาดไว้ และบางครั้งถึงแม้เราจะไม่ได้มีส่วนในการช่วยเหลือ หรือทดลองเครื่องมือ ของแฮกเกอร์เหล่านี้เรายังอาจตกเป็นเหยื่อ โดยแฮกเกอร์จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราในการโจมทีเครื่องผู้อื่น อีกทีหนึ่ง ทำให้เสมือนกับเราเป็นคนทำ เครื่องมือที่ว่าเหล่านี้ อาจมาในรูปแบบของ Trojan, Warm หรือโปรแกรม Crack ต่างๆ
ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่า การแฮกค์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และไม่ได้เกิดจากผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่การแฮกค์ในปัจจุบันเกิดจากการ ทำงานของโปรแกรมแฮกค์ที่ซ่อนตัวมาในรูปแบบต่างๆ
ของฟรีไม่มีในโลก ธุรกิจที่สำคัญที่ได้ประโยชน์จากการแฮกค์ มีมากมาย เพราะปัจจุบัน ข้อมูลส่วนตัวพื้นฐานอย่าง Email มีความสำคัญมาก การแฮกค์ไม่เพียงแต่จะนำ Email ของเราไปใช้เท่านั้น ยังเอา Email ของคนที่เราติดต่อทั้งหมดไปด้วย และยังใช้เครื่องเราในการโจมตีหรือส่ง Email อีกต่างหาก นี่แค่ข้อมูลพื้นฐาน แต่ถ้าเป็นข้อมูลบัตรเครดิต, ข้อมูลส่วนตัวใน Resume, ความเคลื่อนไหวทางบัญชีที่เก็บใน Excel File ข้อมูลเหล่านี้ มากพอที่จะให้ใครปลอมเป็นใครและทำอะไรแทนใคร ในโลก Internet ได้อย่างสบาย
เมื่อเราทราบถึงความสำคัญของการป้องกันตัวจากภัยจากการ แฮกค์แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ AVG เล่งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึง จัดให้มี AVG Firewall Component มาในทุกผลิตภัณท์ในกลุ่ม Business Segment เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า Firewall Component ตัวนี้ ทำอะไรได้บ้าง
Firewall เป็นคำศัพท์ทางคอมพิวเตอร์ ที่อธิบายถึง ขบวนการที่เกิดขึ้นโดยโปรแกรม เพื่อทำการกลั่นกรอง หรือจัดการกับข้อมูลที่มีการไหล ระหว่างจุดที่ Firewall ขวางทางอยู่
สำหรับ Firewall ของ AVG เป็นลักษณะ Personal Firewall นั้นคือ เป็น Firewall ที่ขวางการเชื่อมต่อจากภายนอกสู่คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ แต่จะสามารถควบคุมได้จากส่วนกลาง (การควบคุมจากส่วนกลางจะกล่าวถึงในบทความต่อๆไป) ดังนั้นจึงมีการกล่าวถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและถูกพิจารณาโดย AVG Firewall ดังนี้
- 1. Adapter หรืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อในเครือข่าย เช่น Ethernet Card (การ์ดแลน), Modem, Wireless etc.
- 2. Network Area คือเครือข่าย(Network)ที่ Adapterเชื่อมต่ออยู่ เช่น IPV4 (192.168...), IPV6 (ffff.ffff...)
- 3. Service หรือบริการหรือช่องทางการเชื่อมต่อ (เสมือนท่าเรือ) มีทั้งหมดสำหรับ IPV4 65535 port
- 4. Application คือโปรแกรมต่างๆที่เราใช้งานและต้องการการเชื่อมต่อ เช่น Outlook, Internet Explorer
- 5. System services คือโปรแกรมของระบบปฎิบัติการที่อาจต้องการเชื่อมต่อ เช่น WMI
จะเห็นได้ว่าการจัดการของ AVG Firewall ค่อนข้างละเอียดและจาก ส่วน Adapter และ Network Area ทำให้เราเห็นว่าได้มีการออกแบบให้รองรับกับเครื่องที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายบ่อย อย่าง Notebook หากเราใช้กับเครื่อง PC ตั้งโต๊ะเราอาจ ไม่ต้องพิจารณาองค์ประกอบ สองข้อแรก เพราะถึงอย่างไร เราก็มี Lan Card เดียวและมีเครือข่ายที่เราเชื่อมต่อเดียวไม่ได้เปลี่ยนแปลง
AVG 8 Firewall Setting
จากหน้า Console หลักให้เลือก Tools --> Firewall setting
จากที่กล่าวไว้แล้วก่อนหน้านี้ว่า การตั้งค่าต่างๆ สามารถ Export ออกมาเป็น File เพื่อสำรอง ไว้ import ที่หลังหรือ import บนเครื่องอื่น นอกจากนี้ ยังสามารถ Archive เก็บเอาไว้ใช้ งานได้ถึง 10 version โดยถ้าเกินก็จะลบ Version ที่เก่าที่สุดออกไป
Security Setting
สำหรับต่อไปคือ Security Setting ที่ใช้กำหนดการเข้าถึงส่วนจัดการ Firewall นี้ ซึ่งปกติจะเป็นหน้าที่ของ ผู้ดูแลระบบที่เข้ามาตั้งค่าต่างๆ
จากภาพเราจะเห็นว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนคือ
Permit setting modification อันนี้สำคัญเพราะจะกำหนดว่าใครสามารถตั้งค่าได้บ้าง โดยส่วนใหญ่ก็ตั้ง Default ว่า Administrator และ Power User ซึ่งคือกลุ่มที่ windows กำหนดเอาไว้
Show confirmation dialogs ก็มีไว้เตือนว่าค่าต่างๆได้แก้ไขแล้ว เพื่อกันผิดพลาด และแสดงข้อความตามเงื่อนไขด้านล่าง
Firewall information message กำหนดว่าถ้าเกิดประเด็นขึ้นจะให้แสดงอะไรบ้าง
|