|
ข่าวคำตัดสินโทษราชาสแปมเมลชื่อกระฉ่อนนาม "โรเบิร์ต โซโลเวย์
(Robert Soloway)" ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าราชาอีเมลขยะรายนี้คือใคร
ผลงานโบแดงที่ทำให้ชื่อโซโลเวย์ติดอันดับเบอร์หนึ่งในบัญชีหนังหมาของหน่วย
งานหลายประเทศ
การส่งสแปมเมลมีความผิดทางกฏหมายสาหัสจนถึงต้องโทษจำคุกหลายสิบปีจริงหรือ
และสถานภาพการจับกุมนักส่งอีเมลขยะเข้าห้องขังในเมืองไทยขณะนี้
ที่สำคัญ เยาวชนชาติไทยที่อ่านบทความนี้แล้วโปรดอย่าได้คิดเลียนแบบ
ถ้าไม่อยากไปใช้ชีวิตบั่นปลายในคุกขี้ไก่ถึง 26 ปีอย่างราชาสแปมเมลคนนี้
สู่บัลลังก์ราชา
โรเบิร์ต อลัน โซโลเวย์ (Robert Alan Soloway)
นั้นไม่ปรากฏข้อมูลส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต ทั้งวันเกิดหรือสถานศึกษา
แม้แต่ข้อมูลรูป ยังมีเพียงภาพเหมือนของโซโลเวย์เท่านั้น
โซโลเวย์สร้างอาณาจักรอีเมลขยะด้วยการตั้งบริษัท Newport Internet
Marketing (NIM)
ใช้การตลาดผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นตัวบังหน้าในการดูดเม็ดเงินจากกระเป๋านักลง
ทุน ความชำนาญในการสร้าง"ซอมบี้พีซี (Zombie
PC)"เพื่อเป็นเครื่องมือในการส่งอีเมลขยะหลายล้านฉบับทั่วโลกทำให้ได้รับ
ฉายาราชาสแปมเมล
ไม่ใช่เฉพาะโซโลเวย์ที่เลือกใช้กลยุทธ์นี้
นักส่งอีเมลขยะจำนวนไม่น้อยใช้วิธีเจาะระบบแล้วแฝงตัวควบคุมเครื่องจากระยะ
ไกลผ่านบ็อทเน็ต (Botnet) เช่นกัน
คอมพิวเตอร์ที่ถูกควบคุมจะถูกเรียกว่าซอมบี้พีซี
พีซีผีดิบนี้เป็นเครื่องมือชั้นดีในการส่งอีเมลขยะแบบลูกโซ่ไม่สิ้นสุด
กลุ่มรณรงค์ต่อต้านอีเมลขยะของอังกฤษ Spamhaus
เป็นรายแรกที่จัดชื่อโซโลเวย์เข้าสู่บัญชีดำในปี 2001
จากนั้นโซโลเวย์ครองแชมป์เป็นนักสแปมเมอร์ยอดแย่ที่สุดในปี 2003
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอจะพบว่าคอมพิวเตอร์ประมาณ
หนึ่งล้านเครื่องของสหรัฐอเมริกากำลังถูกควบคุมโดยแฮกเกอร์ผ่านบ็อทเน็ต
(Botnets) และได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอีก 60
กว่าประเทศเพื่อสะกัดกั้นปัญหาซอมบี้พีซีเพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงออกไป
มากกว่านี้
ข้อมูลจากผู้ที่เคยเข้าสู่เว็บไซต์บริษัท NIM ของโซโลเวย์
ระบุว่าโซโลเวย์โฆษณาศักยภาพของบริษัทว่าสามารถส่งอีเมลโฆษณาสินค้าได้สูง
สุด 20 ล้านฉบับภายใน 15 วัน คิดราคาเพียง 495 เหรียญหรือประมาณ 16,000
บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันส่งฟรี
โดยโฆษณาให้นักการตลาดเชื่อว่าสามารถส่งอีเมลชื่อเว็บไซต์ที่ต้องการประชา
สัมพันธ์ ให้กับ 2,500,000 อีเมลแอดเดรสโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
โซโลเวย์ที่ขณะนี้มีอายุ 28 ปี
ถูกจับครั้งแรกเพราะการฟ้องร้องของไมโครซอฟท์
โดยใช้เทคนิกแอบอ้างชื่อบริการ MSN และ Hotmail ของไมโครซอฟท์
ว่าเป็นผู้ส่งอีเมลขยะเหล่านี้
ไมโครซอฟท์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโซโลเวย์เป็นเงิน 7
ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนธันวาคมปี 2003
โดยมีความผิดฐานเจาะระบบคอมพิวเตอร์พ่วงท้าย ที่สำคัญ
ค่าปรับจำนวนนี้ไม่เคยเรียกเก็บได้เพราะโซโลเวย์ปกปิดข้อมูลบัญชีธนาคาร
โซโลเวย์อ้างว่าตนเองเป็นนักการตลาดบนอินเทอร์เน็ตที่ถูกกฎหมาย
ได้รับค่าตอบแทนในการทำธุรกิจโฆษณาและได้รับไอดีเครื่องคอมพิวเตอร์ของ
บริษัทเหล่านี้มาใช้อย่างถูกกฎหมายในการส่งอีเมลโฆษณามหาศาล
ขณะที่ทนายความไมโครซอฟท์ยืนยันว่า
โซโลเวย์คือหนึ่งในสิบนักส่งอีเมลขยะที่อันตรายที่สุดในโลก
กรรมจากธุรกิจเมลขยะ
คดี
ที่ถูกไมโครซอฟท์ฟ้องร้องไม่ได้ทำให้โซโลเวย์หยุดส่งอีเมลขยะ
โซโลเวย์ไม่สนใจการฟ้องร้องจากบริษัทน้อยใหญ่ที่มีมาตลอดปี 2004 และ 2005
โดยแก้ข้อกล่าวหาว่าบริการของเขานั้นอยู่ในข้อยกเว้นตามกฏหมาย
แม้ศาลจะพิสูจน์ได้ว่าโซโลเวย์งัดทุกกลเม็ดขึ้นมาใช้ทั้งการสลับไอพี
แอดเดรสเว็บไซต์ให้รอดพ้นจากการตรวจจับ
ลงทะเบียนใช้งานอินเทอร์เน็ตกับผู้ให้บริการสัญชาติจีนเพื่อพลางตัว
หรือแม้แต่การใช้โปรแกรมส่งอีเมลขยะ Dark Mailer
โซโลเวย์อยู่ระหว่างรอลงอาญาจนกระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม 2007
ศาลซีแอตเทิลตัดสินว่าโซโลเวย์มีความผิดฐานแอบอ้างชื่อบุคคล
ฉ้อโกงทรัพย์สิน และสร้างเรื่องหลอกลวงประชาชนผ่านทางอีเมล เบ็ดเสร็จ 35
กระทง ครั้งนี้ศาลเสนอโทษจำคุกสูงถึง 65 ปีเพราะผลจากคดีอาญา
และต้องการให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 773,000
เหรียญที่โซโลเวย์ได้จากความเดือดร้อนรำคาญของชาวอินเทอร์เน็ต
14 มีนาคม 2008
โซโลเวย์บรรลุข้อตกลงกับศาลสหรัฐฯก่อนที่ความผิดจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 กระทง
ยอมรับความผิดในข้อหาฉ้อโกง ส่งอีเมลหลอกลวง
และละเว้นการจ่ายภาษีเพื่อแลกกับการหยุดฟ้องข้อหาอื่น โทษจำคุกคือ 26 ปี
และลดค่าปรับเหลือ 625,000 เหรียญ โดยให้การว่า
สามารถทำเงินจากธุรกิจส่งอีเมลขยะมากกว่า 3 แสนเหรียญสหรัฐฯในช่วงปี 2005
และไม่เคยเสียภาษีตามกฏหมายเลยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่เขายืดอาชีพนี้มา
ไทยไม่ได้จับเพราะไม่มีฟ้อง
พันตำรวจเอกญาณพล ยั่งยืน ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงการจับกุมราชาสแปมเมลว่าเป็นเรื่องดี
โดยเหตุการณ์การจับกุมนักส่งอีเมลขยะในประเทศไทยนั้นยังไม่เกิดขึ้น
เพราะไม่มีผู้ฟ้องร้องเพื่อดำเนินคดีอย่างจริงจัง
"คน
พวกนี้สร้างความร่ำรวยบนความเดือดร้อนรำคาญของผู้อื่น
สำหรับเมืองไทยการฟ้องร้องหาตัวผู้ส่งอีเมลขยะสามารถทำได้แต่ต้องพิจารณา
ลักษณะอีเมลนั้นๆ เช่นจำนวนฉบับ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายอย.หรือไม่
ปกปิดที่มาที่ไปหรือไม่ เหล่านี้หากคนธรรมดาต้องการฟ้องร้องอาจลำบาก
แต่ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์สามารถทำได้
ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีใครส่งเรื่องฟ้องอย่างจริงจัง"
พันตำรวจเอกญาณพลอธิบายว่า
กฏหมายเอาผิดอีเมลขยะของประเทศไทยนั้นรับแบบอย่างมาจากกฏหมายยุโรป
เนื้อหาระบุว่าอีเมลขยะนั้นต้องปกปิดที่มาที่ไป
มีการปลอมตัวแอบอ้างชื่อผู้อื่น เป็นอีเมลที่รบกวนการทำงานของเครื่อง
ข้อจำกัดเหล่านี้มักถูกนำไปพลิกแพลงจนทำให้นักส่งอีเมลขยะรอดพ้นความผิดไป
ได้ และปรากฏตัวแพร่หลายจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของโลกอินเทอร์เน็ต
"อยากฝากไว้ว่าอย่าทำเลย อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น อีเมลขยะยิ่งทำให้รูปลักษณ์ชื่อเสียงของสินค้าด้อยลง"
Company Related Links :
DSI
|