|
รู้จักกับ Bot ภัยร้ายในภาพของผู้ปกป้อง |
|
|
|
เขียนโดย EWorld Magazine
|
|
Tuesday, 14 October 2008 |
จาก EWorld Magazine ฉบับเดือนกันยายน 2551
|
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สำหรับ
บทความตอนนี้ที่ผมจะนำมาเล่าให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านได้ทราบกัน
จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามหรือที่เรียกว่า “Threats” ครับ
ซึ่งก็มีอยู่มากมายหลายชนิด
และแต่ละชนิดก็จะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป
และแน่นอนที่สุดคือเมื่อภัยคุกคามเหล่านี้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
ก็จะสร้างความเสียหายไม่มากก็น้อยขึ้นอยู่กับประเภทของภัยคุกคาม
สำหรับภัยคุกคามที่ผมจะนำมาเล่านี้เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นมากเป็นอันดับ
ต้นๆ ครับ โดยตัวผมเองก็พบเจอภัยคุกคามนี้มาเมื่อราวสัปดาห์ที่แล้ว
ซึ่งเกิดขึ้นกับลูกค้าและนักเรียนของผมเองครับ
แต่ก็ยังโชคดีที่มันไม่ได้สร้างความเสียหายแต่สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้
งานมากกว่า
และผมได้พบว่ามีลูกค้าและลูกศิษย์อีกหลายรายเลยที่เจอะเจอกับเจ้าภัยคุกคาม
นี้ ซึ่งภัยคุกคามหรือ Threats นี้เราเรียกว่า “Bot” ครับ
จัดว่าเป็นภัยคุกคามกำลังระบาดหนักมากในกลุ่มของผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ครับ
โดยส่วนใหญ่ก็จะมาจากการที่เราเข้าไปใช้งานและแอ็กเซสอินเทอร์เน็ตและก็ได้
ของแถมกลับมาเป็นพวก Bots พวกนี้ หรืออาจจะเป็นพวก ไวรัส, เวิร์ม หรือ
โทรจัน ก็อาจเป็นได้ครับ
Bot คืออะไร?
Bot เป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า “Robot”
ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยลักษณะการทำงานของ Bot
จะเป็นในลักษณะการทำงานที่เรียกว่า Agent
โดยจะรอคำสั่งจากเครื่องหรือโปรแกรมอื่นที่สั่งหรือปลุกให้เครื่องที่มี
Bot ติดตั้งอยู่ทำงาน ถ้าหากเครื่องของเราถูก Bot ติดเข้าไปในเครื่องๆ
ที่มี Bot ติดตั้งอยู่ก็จะเรียกว่า “ Zombies” ครับ
ซึ่งหมายความว่าเครื่องของเราจะถูกโปรแกรมหรือบุคคลอื่นๆ
สั่งงานให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นครับ
ดังนั้น เครื่องของเราก็จะมีลักษณะเหมือนกับ Zombies
หรือผีดิบแบบในภาพยนตร์ที่เราดูกัน
คือเป็นซากศพที่ถูกปลุกขึ้นมาให้ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งตามเจ้านายหรือคน
สั่ง แฮกเกอร์หรือบุคคลที่เรียก Bot
ที่ติดตั้งอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะเรียกว่า Bot Herder หรือ BotMaster
โดยจะสั่งให้ Bot ทำงานตามที่ต้องการ เช่น
ให้ส่งข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ นามสกุล
และรวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการกดแป้นพิมพ์บนคีย์บอร์ด
(Key Stroke Logging) นอกจากนี้แล้ว Bot จะบันทึกหรือส่งข้อมูลต่างๆ
มาเก็บที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตกเป็นเหยื่อหรือเป็น Zombies ด้วย เช่น
ให้ทำการโฮสต์เว็บที่เป็น Phishing Web Site
หรือเก็บพวกซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายเอาไว้
เพื่ออาจจะให้เครื่องของเราเป็นตัวกระจายซอฟต์แวร์เหล่านี้
ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับว่า จากผลสำรวจทั่วโลกที่ได้มีการสำรวจมา
พบว่ามีเครื่องที่ตกเป็นเหยื่อของเจ้า Bot นี่มากกว่า 6 ล้านเครื่อง !!!!!
และส่วนใหญ่ Bot เหล่านี้ก็จะมาจากการที่เราไปใช้งานอินเทอร์เน็ต เช่น
การดาวน์โหลดไฟล์, การรับ-ส่งเมล์, การเล่นเกมออนไลน์
และการเข้าไปยังเว็บไซต์ที่มี Bot เหล่านี้อยู่
ซึ่งเมื่อเราเข้าไปทำการแอ็กเซสก็จะติดเอาเจ้า Bot นี้มาด้วยครับ
จากบทนำที่ผมได้เกริ่นไว้ข้างต้นว่า เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนที่ผมเจอปัญหาจาก
Bot หรือมัลแวร์ ที่เล่นงานเครื่องของลูกค้าและลูกศิษย์ของผม
โดยมันสร้างความรำคาญมากกว่าความเสียหายครับ
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดและระดับความรุนแรงของ Bot หรือ
Malware ที่ติดนะครับ
ผมขอยกตัวอย่างที่ผมเจอจะเป็นตัวที่หลอกเราว่าเครื่องของเรามีไวรัส
หรือมัลแวร์ ติดเครื่องของเราอยู่
และมันจะชักชวนให้เราติดตั้งหรือสแกนแบบออนไลน์และถ้าหากเราหลงเชื่อ
คลิ้กตอบตกลงแล้วล่ะก็ มันจะติดตั้งโปรแกรมของมันไปยังเครื่องของเราทันที
และหลังจากนั้นจะแจ้งว่าเครื่องของเรามีทั้ง ไวรัส, มัลแวร์ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น เวิร์ม, โทรจัน และอื่นๆ นอกจากนี้ยังแจ้งว่ามีบุคคลอื่นๆ
ที่อยู่ข้างนอกคืออยู่ในอินเทอร์เน็ตกำลังเข้ามาแอ็กเซสเครื่องของเราเพื่อ
ดึงข้อมูลส่วนตัวของเรา ถ้าหากเราไม่ซื้อสินค้าของเขามาใช้งาน
และมันจะเตือนเราไปเรื่อยๆ ครับ จนเรารำคาญ
และที่สำคัญคือเครื่องของลูกค้าและลูกศิษย์ผมนั้นมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสติด
ตั้งอยู่ แต่ไม่สามารถช่วยอะไรเลยครับ และต้องบอกว่าเครื่องที่ติด Bot
ส่วนใหญ่เป็นเครื่องที่มีการป้องกันคือ
มีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสติดตั้งและทำงานอยู่แต่ก็ยังโดนเล่นงาน
และหน้าตาของเจ้า Bot ตัวนี้หรือจะเรียกว่ามัลแวร์ก็ได้
จะมีหน้าตาดังรูปด้านล่างครับ
|
|
รูปด้านบนทั้งหมด
เกิดจากเจ้า AntiSpyCheck
ซึ่งเป็นโปรแกรมที่หลอกเราว่าเครื่องของเราติดไวรัส,
เวิร์มและมัลแวร์อื่นๆ อีก รวมถึงยังหลอกเราว่าเครื่องของเรากำลังถูกแฮก
มันจะแจ้งว่ามีเครื่องที่มีไอพีแอดเดรสนี้กำลังติดต่อเข้ามาเพื่อแอ็กเซ
สข้อมูลที่เก็บอยู่ในเครื่องของเรา ตอนแรกที่ผมเจอก็ตกใจ
แต่ผมได้ลองทดสอบหลายวิธีที่จะพิสูจน์ว่าเครื่องนั้นติดต่อเข้ามาได้อย่างไร
ซึ่งผมก็ใช้วิธีง่ายๆ โดยการถอดสายแลนออกจากเครื่องๆ นั้น
ผลปรากฏว่าสักครู่หนึ่งก็จะมีข้อความแจ้งเตือนว่า
เครื่องของผมอยู่ในสถานะที่ไม่ปลอดภัย
และมีเครื่องจากไอพีแอดเดรสนี้กำลังเข้ามาที่เครื่องดังกล่าว
ซึ่งทำให้ผมรู้ได้เลยว่ามันกำลังหลอกเราครับ
เพราะเครื่องของแฮกเกอร์นั้นจะเข้ามาได้อย่างไรในเมื่อเครื่องของผมไม่ได้
ต่ออินเทอร์เน็ตและที่สำคัญคือผมได้ถอดสายแลนออกไปแล้ว
เลยทำให้ผมจับโกหกได้ว่ามันกำลังหลอกให้เราหลงกล
และถ้าหากเรายังไม่ยอมติดตั้งตัว AntiSpyCheck
มันก็จะมีการแจ้งเตือนเราตลอดเป็นระยะๆ จนทำให้เกิดความรำคาญ
และที่สำคัญคือตัวโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย
และวิธีการที่จะกำจัดเจ้า AntiSpyCheck ออกไปคือการ Remove แบบ Manual โดยมีวิธีการดังรูปด้านล่าง จะลบและแก้ไขค่าต่างๆ ที่รีจีสทรีครับ
 |
 |
|
|
ซึ่งท่านผู้อ่านจะเห็นว่าเป็นวิธีการที่ยาวมาก กว่าที่จะเอา AntiSpyCheck
ออกไปได้ แต่ช่วงต่อไปของบทความนี้ผมมีวิธีที่ง่ายกว่านี้ครับ
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ผมมีมัลแวร์อีกตัวหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสเจอะเจอมา
ตัวนี้จะชื่อว่า AV2008 (AV2008.EXE)
ซึ่งจากชื่อดูเหมือนจะเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัส แต่จริงแล้วก็เป็น Threat
ตัวหนึ่งที่ออกมาหลอกเราให้หลงเชื่อ โดยการทำงานและการแจ้งเตือนจะคล้ายกับ
AntiSpyCheck แต่ที่ผมเจอคือเราไม่สามารถ Remove ออกไปจากเครื่องของเราได้
รวมถึงการ Remove ออกจาก Add/Remove Program ที่อยู่ใน Control Panel
ก็ไม่มี ก็จะต้อง Remove ด้วยการลบและแก้ไขรีจีสทรีอีกเช่นกันครับ
และจากรูปด้านข้างคือหน้าตาของ AV2008
ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่หลอกลวงเราว่ามันเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัส
และก็จะแจ้งว่าเครื่องของเราติดไวรัสมากมาย แต่จริงๆ แล้วไม่มี
ซึ่งถ้าเราไม่ตอบตกลงซื้อมันก็จะแจ้งเตือนตลอดครับ จนน่ารำคาญ
สำหรับวิธีการ Remove มันแบบ Manual ก็จะมีขั้นตอนตามรูปด้านข้างครับ
รายละเอียดในการ Remove AV2008 ให้ดูได้จากลิงก์นี้ครับผม http://www.xp-vista.com/spyware-removal/av2008-av2008exe-removal-instructions
สำหรับวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้
คือการใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยในการดักจับพวก Bot หรือมัลแวร์ต่างๆ
โดยเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นส่วนที่เข้าเสริมการทำงานในการตรวจจับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะไปรบกวนหรือมีผลกับแอนตี้ไวรัสที่ติดตั้งอยู่ใน
เครื่องของเราก่อนหน้านี้ครับ น่าเสียดายที่พื้นที่กระดาษมีจำกัด
จึงจำเป็นต้องจบบทความไว้เพียงเท่านี้ก่อน แต่เหมือนเช่นเคยครับ
หากท่านผู้อ่านที่ต้องการติดตามต่อว่า เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจจับ
คืออะไร ใช้อย่างไร ก็สามารถอีเมล์มาขอบทความรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปเพื่ออ่านมันได้
นะครับ
|

|
|