[Solution] บทความนี้สรุปศักยภาพของ Avaya IP Office สำหรับ: การขยายระบบ (Scale), รูปแบบการใช้งานจริงในธุรกิจ (Use Case) และแนวทางการดูแล/เสริมความสามารถให้กับลูกค้าที่ใช้งานอยู่เดิม (Support & Enhance)

ปัญหาและโจทย์

ธุรกิจหลายแห่งเริ่มต้นจากระบบโทรศัพท์ที่ตอบโจทย์วันนี้ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้น โจทย์ก็เปลี่ยนไป พนักงานเพิ่มขึ้น มีสาขาเพิ่มขึ้น ต้องการการบันทึกเสียง ต้องการเชื่อมต่อกับศูนย์บริการลูกค้า หรืออยากให้พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ระบบเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป แต่อยู่ที่ ระบบเดิมขยายต่อได้ยาก และ การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ซึ่งเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของงาน

สำหรับลูกค้าที่ใช้งาน Avaya IP Office อยู่แล้ว ปัญหาอีกแบบคือต้องการดูแลรักษาให้ระบบมั่นคง อัปเกรดตามรุ่นที่ Avaya รองรับ และเสริมความสามารถใหม่ ๆ โดยไม่ต้องทิ้งอุปกรณ์เดิม

แนวทางการแก้ปัญหา

Avaya IP Office เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบให้โตไปพร้อมกับธุรกิจ ไม่ได้เป็นตู้สาขาโทรศัพท์ที่จำกัดอยู่แค่ขนาดเดียว ระบบรองรับการทำงานแบบ Hybrid ทั้ง Analog, Digital และ IP และมีหลายระดับ (Edition) ให้เลือกตามขนาด ทำให้ธุรกิจเริ่มจากขนาดเล็กแล้วขยายขึ้นไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนผู้ดูแลระบบใหม่ทั้งชุด

ในฐานะ IDIN9 (บริษัท ไอดินนายด์ จำกัด) เราเป็น Certified Avaya Partner ที่ช่วยวางแผนและดูแลระบบตั้งแต่ติดตั้งใหม่ไปจนถึงการขยายและอัปเกรดให้กับลูกค้าที่ใช้งานอยู่เดิม

ขอบเขตและศักยภาพบริการ (Scale)

ตารางศักยภาพตามรุ่น (Edition)

รุ่น ขยายผู้ใช้ สาขา
Basic / Essential / Preferred เริ่มต้นถึงหลายร้อย
Server Edition สูงสุด 3,000 สูงสุด 150

จุดเด่นด้านการขยายระบบ

  • ขยายได้ถึง 3,000 ผู้ใช้ / 150 สาขา สำหรับ Server Edition พร้อมระบบสำรอง (Resiliency) ให้การสื่อสารไม่สะดุด
  • รองรับ Contact Center ผ่าน Avaya Contact Center Select (ACCS) ขยายได้ถึง 1,000 agent
  • รองรับการบันทึกเสียง (Call Recording) หลายช่องสัญญาณตามแพลตฟอร์ม และ Media Manager
  • ขยายได้ถึง 30 ระบบ (Expansion) สำหรับการเชื่อมต่อหลายสาขาหรือหลายไซต์
  • รองรับการเชื่อมต่อ ทั้ง SIP trunking, H.323, IP DECT, Wi-Fi และอุปกรณ์ Analog/Digital เดิม

รูปแบบการใช้งานจริง (Use Case)

  • ธุรกิจกระจายหลายสาขา: เชื่อมต่อสำนักงานใหญ่และสาขาให้ใช้เบอร์ภายในร่วมกัน
  • ศูนย์บริการลูกค้า (Contact Center): จัดคิวสายอัตโนมัติ, บันทึกเสียง, รายงานสถิติ และแดชบอร์ดตัวแทน
  • พนักงานทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Mobility): ใช้ระบบเดียวกับที่ออฟฟิศ ผ่านมือถือหรือเว็บ
  • การประชุมและการทำงานร่วมกัน: ประชุมเสียง/วิดีโอในตัว และเชื่อมต่อ Microsoft Teams, Office 365, Salesforce, Google
  • ธุรกิจที่ต้องการความต่อเนื่อง: มีระบบสำรอง (Secondary) ทำงานทดแทนเมื่อระบบหลักมีปัญหา

การดูแล และเสริมความสามารถให้ลูกค้าเดิม (Support & Enhance)

สำหรับลูกค้าที่ใช้ Avaya IP Office อยู่แล้ว เราให้บริการ 3 ด้านหลัก:

  • Support & Maintenance: ดูแลระบบให้ทำงานอย่างมั่นคง ทั้งการติดตามปัญหา การแก้ไข และการสำรองข้อมูลตามแนวทางของ Avaya Support Services
  • Upgrade / Update: ปรับปรุงระบบให้ตรงกับรุ่นที่ Avaya รองรับ พร้อมรักษาโครงสร้างและสิทธิ์การใช้งานเดิม
  • Enhance (เพิ่มฟีเจอร์): ขยายตามความต้องการ เช่น เพิ่ม license, เพิ่มบันทึกเสียง, เพิ่ม Contact Center หรือเชื่อมต่อแอปพลิเคชันใหม่ โดยไม่ต้องทิ้งอุปกรณ์เดิม

ผลลัพธ์และประโยชน์

  • ลงทุนได้ตามความจำเป็น: เริ่มจากขนาดที่เหมาะสมและขยายเมื่อธุรกิจโตขึ้น
  • ลดความเสี่ยงระบบหยุดชะงัก: ด้วยการรองรับ Resiliency และการดูแลเชิงรุก
  • ใช้งานได้ทันที: พนักงานคุ้นเคยกับระบบภายในออฟฟิศอยู่แล้ว ลดระยะเวลาเรียนรู้
  • คุ้มค่าระยะยาว: ต่อยอดระบบเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งโครงสร้างบ่อยครั้ง

จุดเด่นของเรา (Why IDIN9)

เราเป็น Certified Avaya Partner ที่เข้าใจทั้งการติดตั้งใหม่และการดูแลระบบเดิม โดยทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อวางแผนระยะยาว ให้ระบบสื่อสารของคุณพร้อมรองรับการเติบโตในวันข้างหน้า

สนใจปรึกษา หรือขอข้อเสนอสำหรับระบบ Avaya IP Office (ติดตั้งใหม่ / ขยาย / อัปเกรด) กรุณาติดต่อเราได้ที่หน้า ติดต่อ IDIN9