Hybrid Workplace – เมื่อOffice ไม่ใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน

By 5 ตุลาคม 2021มกราคม 26th, 2022Post-COVID-19
officenotplace

จากวลี “Asgard is not a place, it’s a people” จากหนังเรื่อง Thor 2017 มั่นช่างเข้ากับ ยุคสมัย ที่เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ปรับตัวเพื่อดำเนินธุรกิจกันให้ได้ ด้วยความยืดหยุ่น เพราะปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้เราต้องมีการ เว้นระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distancing ทำให้การกลับเข้าทำงานในยุคหลัง COVID-19 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Hybrid Workplace จะกลายเป็นความต้องการพื้นฐานใหม่ สำหรับองค์กร เพราะธุรกิจพบว่าหากสามารถประยุกต์หรือมีเครื่องมือรองรับการทำงานที่ดีแล้ว การทำงานแบบ Work-Form-Anywhere นั้น ช่วยลดต้นทุน และเพิ่ม Work Life Balance ให้กับพนักงานโดยไม่กระทบ Productivity อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การจะได้มาซึ่งประโยชน์เหล่านั้น องค์กรต้องเตรียมความพร้อม ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและแนวทางการ ดำเนินการซึ่งหลายองค์กรได้ทดสอบความพร้อมเหล่านี้แล้ว จากสถานการณ์ในช่วง COVID-19 ระบาดหนัก จนต้อง lock down ที่ผ่านมา

เราในฐานะ Business Partner ด้านเทคโนโลยีของคุณ พร้อมช่วยให้คุณ เตรียมเครื่องมือและวางแผน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ Hybrid Workplace นี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่อง ระบบเครือข่าย, การเข้าถึงระบบ, ความปลอดภัยแบบ Zero Trust, การทำงานทางไกลร่วมกัน, การประชุมทางไกล, การแลกเปลี่ยน แบ่งปันไฟล์ โดยทั้งนี้การทำงานและใช้งานระบบทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้ Policy ขององค์กร ภายใต้ Virtual Workspace หรือ งาน Cloud ใดๆ โดยใช้แนวทาง สถาปัตยกรรม Zero Trust ในการออกแบบระบบ

Zero Trust is not technology, it’s a strategy.

เมื่อเราเริ่มตั้งธง ว่าต่อไปเราจะไม่เชื่อถือสิ่งใดง่ายๆ โดยเราจะตรวจสอบทุกการเชื่อมต่อเสมอ – Never Trust. Always Verify ! เราจึงต้องปรับปรุงแผนการเข้าถึงและโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้เราสามารถ

  1. Verify User     ตรวจสอบผู้ใช้ ว่าเป็นผู้ใช้ที่เราอนุญาตหรือไม่
  2. Verify Device  ตรวจสอบอุปกรณ์ ว่าเป็นอุปกรณ์ที่เราอนุญาตหรือไม่
  3. Verify Access  ตรวจสอบการเข้าถึงระบบและ Application ว่าเป็นไปตามข้อกำหนดที่เราออกแบบไว้หรือไม่ และการเชื่อมต่อนั้นเข้ารหัสอย่างเหมาะสม

หลายคนอาจบอกว่า เราก็ทำอย่างนั้นแล้วใน Solution VPN ไม่ใช่เหรอ ซึ่งก็จริงแต่ไม่ทั้งหมด เพราะ VPN ทำเฉพาะส่วน Verify เข้าสู่เครือข่าย และติดเรื่องข้อจำกัด เรื่อง Capacity ของ ระบบ VPN ทำให้เราไม่สามารถทำระบบ VPN เป็น Core สำหรับทางผ่านในทุกๆ การเชื่อมต่อได้ ซึ่งหากทำอย่างนั้นจะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนและเพิ่ม CPU load ให้กับระบบอย่างมาก

จึงเป็นที่มาให้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราไม่ต้องสร้าง Tunnel หรือ Virtual Interface ซ้อนเข้ามาในระบบ ให้บริหารยุ่งยากและเพิ่ม Traffic Overhead อีกต่อไป

ปรึกษาเรา เพื่อร่วมเดินทางบน แผนความปลอดภัยนี้ร่วมกัน